วัฒนธรรมไทย กับการพนัน มีมานานขนาดไหนแล้ว?

วัฒนธรรมไทย กับการพนัน มีมานานขนาดไหนแล้ว? จดหมายเหตุลาลูแบร์ บันทึกของ ซีมง เดอ ลา ลูแบร์ ชาวฝรั่งเศส ราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่เดินทางเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีคำกล่าวตอนหนึ่งใจความว่า “ชาวสยามรักการเล่นการพนันมาก จนฉิบหายขายตน หรือไม่ก็ขายบุตรธิดาของตนไปเป็นทาส การพนันที่ชอบเล่นมากที่สุดคือ สกา (การพนันที่ใช้ลูกเต๋าทอย) ซึ่งดูเหมือนจะได้เรียนการเล่นมาจากชาวโปรตุเกส ชาวสยามไม่เล่นไพ่เลย เขาเล่นหมากรุกตามแบบของเราและแบบของจีน นอกจากนี้ชาวสยามยังนิยมเล่นพนันแทบทุกประเภท ทั้งแข่งเรือ, วิ่งวัว-ควาย รวมไปถึงไก่ชน” จากหลักฐานดังกล่าวนี้เองทำให้ทราบว่า การพนัน อยู่คู่กับสังคมไทยมานานหลายร้อยปีแล้ว และคนไทยก็ชอบเป็นอย่างมาก จากบันทึกของลา ลูแบร์สะท้อนให้เห็นอีกว่าคนไทยเป็นนักพนันโดยสายเลือด มีนิสัยเป็นนักพนันดังนั้นการจะทำให้การพนันเสื่อมความนิยมย่อมเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ สังคมไทยมองว่าคนเล่นการพนันไม่ใช่คนเลวถ้าเล่นเพื่อความสนุกสนาน สร้างความสัมพันธ์ในชุมชน หรือเล่นเพื่อเสี่ยงโชค แต่ที่เป็นปัญหาสังคมก็คือกลุ่ม “นักพนัน” ซึ่งคนกลุ่มนี้จะหมกมุ่นใช้เวลาส่วนใหญ่เพื่อการเล่นพนัน แสวงหาที่จะเล่นพนันตลอดเวลาในทุกรูปแบบ และอย่างที่ทราบดีว่าการพนันไม่เคยทำให้ใครร่ำรวย หากครอบครัวใดมีคนติดพนัน ครอบครัวนั้นไม่มีวันสงบสุขได้ ผลกระทบเริ่มจากไม่มีเงินเก็บออม จนถึงขั้นขายบ้านขายรถเพื่อนำมาเล่นและใช้หนี้พนัน ในบันทึกของ ลา ลูแบร์ ยังบอกถึงสมัยอยุธยาที่ถึงขั้นขายลูกเมียเพื่อใช้หนี้ก็มีให้เห็น และในปัจจุบันการพนันยังเป็นต้นตอการก่ออาชญากรรมมากมายทั้ง ลัก วิ่ง ชิง […]

ที่มาของประเพณีแข่งเรือยาว จังหวัดน่าน

‘ประเพณีแข่งเรือ’ ของจังหวัดน่าน เป็นประเพณีเก่าแก่ที่บรรพบุรุษได้สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งในสมัยก่อนจะมีการจัดการแข่งขันทุกครั้งที่มีงาน ‘ตานก๋วยสลาก’ หรือถวายทานสลากภัต ซึ่งเมื่อหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่งจัดให้มีงานตานก๋วยสลากขึ้น ก็จะมีการเชื้อเชิญหมู่บ้านและวัดใกล้เคียงให้นำเรือมาแข่งขันกัน เพื่อสร้างความสนุกสนานและฝึกความสามัคคี ต่อมาทางราชการจึงได้ถือเอางานตานก๋วยสลากมาจัด ณ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดกลางเวียงของน่าน เพื่อเป็นการเปิดสนามการแข่งขันเรือของจังหวัด โดยประเพณีนี้จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายน และจะสิ้นสุดการแข่งขันนัดปิดสนามในช่วง 15 ค่ำ เดือน 12 หรือประมาณปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน การแข่งขันเรือประเพณีจังหวัดน่าน มีหลักฐานที่สามารถอ้างอิงได้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2460 เมื่อครั้งกรมสมเด็จเจ้าฟ้าพระนครสวรรค์วรพินิจฯ เสด็จตรวจราชการเมืองน่าน เจ้าผู้ครองนครน่านจึงได้จัดให้มีการแข่งขันเรือประเพณีให้ทอดพระเนตร และอย่างที่ได้บอกไปว่าที่น่านจะมีตานก๋วยสลาก พระ เณร และชาวบ้านก็จะต้องเดินทางไปอีกหมู่บ้านหนึ่งโดยจะใช้เรือเป็นยานพาหนะ ระหว่างล่องเรือก็จะมีกลอง ฉิ่ง ฉาบ คอยสร้างความบันเทิง คนเฒ่าคนแก่ก็จะลุกขึ้นมาฟ้อน จึงทำให้นี่กลายเป็นที่มาของท่าฟ้อน ‘ล่องน่าน’ ที่มีท่าฟ้อนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และในช่วงบ่ายชาวบ้านก็จะนำเรือมาแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน โดยเอกลักษณ์ของเรือเมืองน่านนั้นจะมีความแตกต่างจากเรือของที่อื่น ๆ คือ เรือจะต้องขุดมาจากไม้ตะเคียนหรือใช้ตะเคียนทองทั้งต้น ซึ่งมีความเชื่อกันว่าไม้ตะเคียนจะมีความทนทานและแข็งแรง ตรงบริเวณส่วนหัวของเรือหรือโขนเรือ จะแกะสลักเป็นหัวพญานาคแบบล้านนาที่กำลังแสยะเขี้ยวแสดงอำนาจ ส่วนท้ายของเรือก็จะสลักเป็นหางของพญานาค ซึ่งชาวน่านจะมีความผูกพันกับพญานาค โดยมีความเชื่อกันว่าพญานาคนั้นจะปกป้องคุ้มครองโบราณสถาน วัดวาอาราม ทั้งช่วยบันดาลให้ฝนฟ้าอุดมสมบูรณ์ สามารถทำไร่ ทำนา […]

พิธีผูกข้อมือแต่งงาน เรียบง่ายตามแบบฉบับไทย

การแต่งงานถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดี ๆ ที่เสมือนเป็นเครื่องยืนยันในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันของคนสองคน โดยรูปแบบการแต่งงานในสมัยนี้ก็จะมีหลากหลายรูปแบบ แต่ส่วนใหญ่การแต่งงานก็จะยึดตามหลักศาสนาที่ตัวเองนับถือ และสำหรับชาวไทยเชื้อสายพุทธนั้น ก็จะมีประเพณีแบบไทย ๆ ที่มีความสวยงามไม่แพ้การแต่งงานแบบอื่น ๆ เลยล่ะค่ะ โดยการแต่งงานที่เรามักจะเห็นกันแทบจะทุกภาคนั่นก็คือ ‘การผูกข้อมือแต่งงาน’ ซึ่งพิธีแบบนี้อาจจะจัดเป็นพิธีแบบยิ่งใหญ่ หรือจะเลือกจัดเป็นพิธีเล็ก ๆ ตามกำลัง หรือตามความต้องการของบ่าวสาวก็ได้ วันนี้เราจึงได้รวบรวมพิธีผูกข้อมือแต่งงานฉบับรวบรัดของแต่ละภาคมาฝาก หากพร้อมจะเรียนรู้พร้อม ๆ กันแล้ว ก็ตามมาอ่านได้เลยค่ะ พิธีผูกข้อมือแต่งงานแบบภาคเหนือ โดยภาคเหนือจะเรียกพิธีนี้ว่า ‘พิธีฮ้องขวัญ’ โดยขั้นตอนคือเจ้าบ่าวเข้าสาวต้องมานั่งที่ตั่งให้เรียบร้อย จากนั้นพ่อแม่เจ้าสาวจะเข้ามาสวมพวงมาลัยให้เจ้าบ่าวเพื่อรับเป็นลูกเขย ขณะเดียวกันพ่อแม่เจ้าบ่าวก็มาสวมพวงมาลัยให้เจ้าสาวด้วยเช่นเดียวกัน จากนั้นประธานในพิธีจะสวมมงคลแฝด และเจิมหน้าผาก และเข้าสู่พิธีฮ้องขัวญ โดยจะมีหมอขวัญ เป็นผู้ทำพิธีให้ ใช้เวลาทำพิธีประมาณ 20 นาที จากนั้นหมอขวัญจะผูกข้อมือให้บ่าวสาว ตามมาด้วยพ่อแม่ คนเฒ่าคนแก่ และคนอื่น ๆ ในงาน เมื่อผูกครบทุกคนแล้ว ผู้อาวุโสก็จะมาถอดมงคลแฝดเป็นอันว่าเสร็จพิธีกรรมค่ะ พิธีผูกข้อมือแต่งงานแบบภาคกลาง โดยพิธีในภาคกลางนั้นจะเริ่มขึ้นในช่วงทำพิธีรับไหว้ โดยพ่อแม่ของบ่าวสาวจะต้องไปนั่งคู่กันในที่ที่จัดไว้ เจ้าบ่าวสาวนั่งคู่กันอยู่ในฝั่งตรงข้าม จากนั้นกราบที่หมอน 1 ครั้ง แล้วส่งพานดอกไม้ให้พ่อแม่ เพื่อให้พ่อแม่อวยพรให้ชีวิตคู่ประสบผลสำเร็จ จากนั้นจะหยิบเส้นด้านมงคลผูกข้อมือให้กับบ่าวสาวเพื่อเป็นการรับขวัญ […]

ข้อควรรู้! พิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ที่ถูกต้อง

เมื่อเรามีบ้านหลังใหม่ เราก็คงอยากจะขจัดความมัวหมองหรือสิ่งไม่ดีต่าง ๆ ภายในบ้านเพื่อความสบายใจ ดังนั้น ‘พิธีขึ้นบ้านใหม่’ จึงถือได้ว่าเป็นพิธีที่มีความสำคัญ โดยพิธีนี้เป็นพิธีโบราณที่ได้สืบทอดกันมาเป็นเวลานาน มีมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล โดยได้นำเอาคติจากวรรณคดีและความเชื่อเพื่อความเป็นสิริมงคลมาปรับใช้ โดยวัตถุประสงค์ในการทำพิธีนี้ คือ เพื่อเป็นการสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต ทั้งยังจัดงานบุญขึ้นบ้านใหม่เพื่อเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยในการใช้ชีวิตในบ้านหลังใหม่อีกด้วยค่ะ ขั้นตอนการทำพิธีขึ้นบ้านใหม่ พิธีแบบไทย ๆ ขั้นตอนแรกจะต้องไปวัดเพื่อนิมนต์พระสงฆ์ โดยงานบุญประเภทนี้ส่วนใหญ่จะต้องนิมนต์พระตามจำนวนเลขคี่ เช่น 5 รูป ,7 รูป ,9 รูป จากนั้นนัดแนะสถานที่ วัน และเวลาให้ชัดเจน หากยังไม่มีฤกษ์ก็สามารถปรึกษากับทางวัดได้เลยค่ะ เมื่อถึงวันงานก็จัดเตรียมหิ้งพระพุทธ เสื่อ อาสนะ และอาหารสำหรับถวายพระ รวมไปถึงแขกที่มาร่วมงาน เมื่อพระสงฆ์เดินทางมาถึงก็ให้เริ่มขั้นตอน ดังนี้ จุดธูป 3 ดอก พร้อมเทียน 2 เล่ม ที่หน้าหิ้งพระพุทธ แล้วกราบ 3 ครั้ง จากนั้นหันไปกราบพระสงฆ์อีก 3 ครั้ง พระสงฆ์สวดมนต์ให้พร นำอาหารที่เตรียมไว้ ถวายพระพุทธและพระสงฆ์ หลังจากที่พระสงฆ์ฉันเสร็จแล้ว จะมีการสวดให้พรอีกหนึ่งครั้ง […]

พามารู้จักประเพณีไหลแพไฟ จังหวัดอุตรดิตถ์

ประเพณีไหลแพไฟ เป็นพิธีกรรมทางพุทธศาสนาที่ชาวบ้านในบางพื้นที่เรียกกันว่า ลอยเรือไฟ หรือ ล่องเรือไฟ หรือปล่อยเรือไฟ เป็นพิธีกรรมที่นิยมทำกันในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 (วันออกพรรษา) ซึ่งจะจัดขึ้นทางแถบพื้นที่ที่มีแม่น้ำหรือลำน้ำ และพิธีก็จะจัดขึ้นบนพื้นฐานความเชื่อเกี่ยวกับศาสนาพุทธในเรื่องต่าง ๆ เช่น ความเชื่อเกี่ยวกับการบูชารอยพระพุทธบาท ความเชื่อเกี่ยวกับการขอขมาและระลึกถึงพระแม่คงคา ความเชื่อเกี่ยวกับการขอฝน เป็นต้น โดยเรือไฟในสมัยโบราณนั้นจะมีรูปแบบที่เรียบง่าย ทำมาจากต้นกล้วยและลำไม้ไผ่ ที่พอจะทำให้สามารถลอยน้ำได้ มีการนำดอกไม้ ธูป เทียน ตะเกียง มาประดับตกแต่งเรือไฟให้มีความสวยและสว่างไสวก่อนลอยไปสู่แม่น้ำ แต่ในปัจจุบันนั้นได้เริ่มทำเรือไฟด้วยรูปแบบต่าง ๆ ที่ได้นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประกอบการทำ และมีการตกแต่งให้มีความวิจิตรตระการตามากยิ่งขึ้น เมื่อปล่อยเรือไฟไปสู่แม่น้ำแล้วจะเป็นภาพที่สวยสดงดงามและตราตรึงใจผู้เข้าชมได้เป็นอย่างดี   ในส่วนของจังหวัดอุตรดิตถ์นั้นงานประเพณีไหลไฟได้เริ่มมีการจัดขึ้นครั้งแรก ในปี พ.ศ.2541 โดยนายอำเภอในสมัยนั้นได้เกิดความคิดที่อยากให้อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์มีประเพณีใหญ่ประจำท้องถิ่น ทั้งพื้นที่แห่งนี้ยังได้มีการทำนาและผลไม้ต่าง ๆ จากนั้นจึงเกิดความร่วมมือกันระหว่างส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่ ให้มีการจัดประเพณีไหลแพไฟขึ้น เพื่อเป็นพิธีขอบคุณพืชพันธุ์ธัญญาหารและสายน้ำ อีกทั้งประเพณีนี้ยังเสมือนเป็นการเฉลิมฉลองในวันมหามงคลเฉลิมพรรษาขึ้น 6 รอบ ของพระเจ้าอยู่ในหัวรัชกาลที่ 9 อีกด้วยค่ะ โดยการจัดพิธีไหลแพไฟครั้งแรกนั้นมีเพียงแค่แพรูปจำลองเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ และแพประกอบแรกเพียงหนึ่งแพเท่านั้น แต่ปรากฏว่าประเพณีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจากจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างมาก […]

ประเพณีกวนข้าวยาคู พิธีกรรมสำคัญของภาคใต้

‘ภาคใต้’ ถือเป็นอีกหนึ่งภาคในประเทศไทยที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานไม่แพ้ภาคอื่น ๆ ที่สำคัญยังเป็นภาคที่เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของคนหลากหลายศาสนา และในปัจจุบันก็ยังคงมีพิธีกรรมสำคัญของแต่ละศาสนาให้ได้เห็นอยู่ อย่างเช่น ‘ประเพณีกวนข้าวยาคู’ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งพิธีกรรมทางศาสนาพุทธที่สามารถหาดูได้แค่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเท่านั้น โดยประเพณีกวนข้าวยาคู หรือที่ทางพุทธศาสนาเรียกกันว่า ‘ข้าวมธุปายาสยาคู’ ที่เป็นความเชื่อเกี่ยวเนื่องกับพุทธประวัติ เป็นเหตุการณ์ตอนที่นางสุชาดาได้มีการถวายข้าวมธุปายาสยาคูให้พระพุทธเจ้าเสวย เมื่อพระพุทธเจ้าเสวยจึงบรรลุอภิสัมโพธิญาณ พุทธศาสนิกชนชาวนครศรีธรรมราช จึงมีความเชื่อที่สืบต่อกันมาว่าข้าวยาคูเปรียบเสมือนกับอาหารทิพย์ หากผู้ใดได้รับประทานก็จะมีสมองที่เกิดปัญญา มีอายุยืนยาว ผิวพรรณผ่องใส และเป็นยาที่ช่วยขจัดโรคร้ายต่าง ๆ ได้ ทั้งยังช่วยให้สำเร็จทุกความปรารถนา สำหรับช่วงเวลาที่ชาวบ้านจะนิยมกวนข้าวยาคูนั้นจะอยู่ในช่วงขึ้น 13 และ 14 ค่ำเดือน 3 ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่ข้าวในนากำลังออกรวงสวย เมล็ดข้าวยังไม่แก่ เหมาะแก่การนำมาเป็นน้ำนมข้าวสำหรับการกวน โดยพิธีกรรมนี้จะใช้วัดซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของประชาชนเป็นสถานที่ในการประกอบพิธี โดยการเตรียมการนั้นจะมีเครื่องปรุงที่ใช้มากกว่า 50 ชนิด ที่จะประกอบไปด้วยน้ำนมข้าว ,ผลไม้ต่าง ๆ ,พืชผัก ,น้ำผึ้ง ,เครื่องดื่มประเภทนม ,สมุนไพร ,แป้ง และมะพร้าว จากนั้นชาวบ้านจะเอาเครื่องปรุงทั้งหมดในสัดส่วนที่เท่ากันมาผสมจนเป็นเนื้อเดียว แล้วนำไปใส่ในภาชนะพักไว้ และการกวนข้าวจะต้องใช้ความร้อนในการกวนสูง ชาวบ้านจึงนิยมใช้เป็นเตาดินที่สามารถเก็บความลมได้ดี และจะใช้เตาที่ขุดลงในพื้นดินที่มีช่องสำหรับใส่ฟืนและมีช่องรูระบาย หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า รูพังเหย นั่นเองค่ะ สำหรับขั้นตอนในการประกอบพิธีกรรมมีดังนี้ การเตรียมบุคคลที่สำคัญ […]