ประเพณีทานขันข้าว งานบุญสำคัญของภาคเหนือ

ตานขันข้าว หรือ ทานขันข้าว พิธีสำคัญที่ถูกสืบทอดมา ประเพณีทานขันข้าว หรือที่ชาวล้านนาเรียกว่า ‘ตานขันข้าว’ เป็นประเพณีการทำบุญที่ชาวเหนือจะอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นถึงความกตัญญู โดยในวันนี้ชาวบ้านจะนำสำรับอาหารไปถวายให้พระหรือผู้ใหญ่ที่ตนนับถือในวันเทศกาบสำคัญ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลในโอกาสต่าง ๆ รวมไปถึงการทำบุญเพื่อให้ตนเองได้สะสมบุญไปในภพชาติหน้า ส่วนใหญ่แล้วประเพณีนี้จะนิยมทำกันในช่วงวันพระหรือวันสำคัญทางศาสนา อาทิ วันมาฆบูชา, วันวิสาขบูชา, วันอาสาฬหบูชา, วันเข้าพรรษา ฯลฯ รวมไปถึงในโอกาสพิเศษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น วันคล้ายวันเกิด วันขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น ซึ่งในวันดังกล่าวนั้นชาวบ้านจะต้องนำภัตตาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค ไปถวานให้แก่พระภิกษุสงฆ์ที่วัด เพื่อเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้พ่อ แม่ ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เจ้ากรรมนายเวร เจ้าที่ ครูบาอาจารย์ ตลอดถึงสรรพสัตว์ทั้งหลาย โดยชาวล้านนามีความเชื่อกันว่าการทานขันข้าว จะช่วยให้ผู้ล่วงลับมีกินมีใช้ไม่อดอยาก ทั้งในชาตินี้และในชาติหน้า ของที่ต้องเตรียมในประเพณีทานขันข้าว (ตานขันข้าว) อาหารคาว – หวาน กรวยใบตอง ดอกไม้ ธูป – เทียน อุปกรณ์สำหรับกรวดน้ำ ชื่อ – นามสกุลของผู้ล่วงลับ เมื่อประเคนข้าวปลาอาหารให้ภิกษุเรียบร้อยแล้ว พระสงฆ์ก็จะให้ศีลให้พร […]

พาไปรู้จัก! ประเพณีลอดซุ้มประตูป่า วัดห้วยหลาด จังหวัดสงขลา

พิธีลอดซุ้มประตูป่า ประเพณีของชาวรัตภูมิ พาทุกคนล่องใต้ไปกันที่ ‘จังหวัดสงขลา’ จังหวัดที่นอกจากจะเต็มไปเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังมีประเพณีขึ้นชื่ออย่างลอดซุ้มประตูป่าอีกด้วย ซึ่งหลายคนคงกำลังเกิดข้อสงสัยว่าประเพณีคืออะไร มีความเป็นมาอย่างไร วันนี้เรามีเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับประเพณีนี้มาฝากกันค่ะ สำหรับประเพณีลอดซุ้มประตูป่า ‘พระครูโกวิทธรรมสาร’ หรือ ‘อาจารย์กลาย’ เจ้าอาวาสวัดห้วยหลาด ได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่า พิธีกรรมนี้เป็นพิธีที่ถูกชี้แนะมาจากหลวงปู่สีมั่น เทพอินโท ที่ได้ลงมาประทับร่างของหลวงปู่ขาว (เจ้าอาวาสวัดห้วยลาดรูปที่ 3) ว่าให้มีพิธีลอดซุ้มประตูป่า มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความสิริมงคลกับญาติโยมที่มาร่วมทำบุญที่วัด โดยซุ้มที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านสร้างขึ้นมา จากนั้นจึงให้พระภิกษุประพรมน้ำพุทธมนต์ และให้ผู้ร่วมงานได้ลอดซุ้มกัน โดยมีความเชื่อกันว่าประเพณีนี้เป็นประเพณีที่ถูกถอดแบบมาจากเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในสมัยพุทธกาล ณ เมืองเวสาลี ที่ตอนนั้นเคยเกิดโรคภัยร้าย ข้าวยากหมากแพง ทำให้ประชาชนชาวบ้านเดือดร้อนแสนสาหัส อีกทั้งยังมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการอัญเชิญสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้มาช่วยปัดเป่าสิ่งเลวร้ายและทุกข์ภัยที่เกิดขึ้น พระพุทธองค์จึงสั่งให้พระอานนท์นำบาตรมาใส่น้ำเพื่อประกอบพิธี แล้วจึงนำน้ำพระพุทธมนต์ประพรมให้กับชาวบ้าน ไม่นานชาวบ้านก็เกิดกำลังใจ พ้นจากทุกข์ จากโรคภัยต่าง ๆ นั่นเอง สำหรับพิธีที่เกิดขึ้น ณ วัดห้วยหลาดในช่วงเช้าก่อนเริ่มลอดซุ้มนั้น ชาวบ้านจะมีการถวายมหาสังฆทานเพื่อร่วมสร้างบุญสร้างกุศลกันก่อน กระทั่งในช่วงบ่ายก็เริ่มเข้าสู่ช่วงพิธีการ โดยชาวบ้านนับพันคนจะทยอยเข้าคิวต่อแถวเพื่อลอดซุ้ม ซึ่งจะมีเจ้าอาวาสเป็นผู้นำขบวนผ่านไปก่อน แล้วจึงไปนั่งเจริญพุทธมนต์และประพรมน้ำมนต์ให้กับชาวบ้าน นับว่าเป็นประเพณีหนึ่งเดียวที่มีอยู่ในขณะนี้ ในส่วนของวัดห้วยหลาดนั้นเป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ที่อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา […]

ประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำ คลองลาดชะโด หนึ่งเดียวในไทย

พาชมประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำ ที่ อยุธยา คลองลาดชะโด อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพื้นที่ที่มีสายน้ำไหลผ่านมาอย่างยาวนาน จึงทำให้ชาวบ้านที่นี่มีความรักและความผูกพันกับสายน้ำมาโดยตลอด เพราะตั้งแต่ในสมัยโบราณชาวบ้านก็จะใช้สายน้ำในการคมนาคมมาโดยตลอด จึงทำให้เกิดเป็นที่มาของ ประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำ ของชาวลาดชะโด ที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำ เป็นประเพณีที่จัดขึ้นมาใหม่ โดยมีการจัดงานครั้งแรกไปเมื่อประมาณปีพ.ศ.2552 สำหรับสถานที่จัดงานนั้นจะอยู่ที่บริเวณตลาดชะโด ซึ่งเป็นตตลาดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี (สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของอำเภอผักไห่ พระนครศรีอยุธยา) วัตถุประสงค์ในการประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำ สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานนั้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีการถวายเทียนพรรษา และการเดินทางทางน้ำเหมือนในสมัยอดีต อีกทั้งยังเหมือนเป็นการประชาสัมพันธ์และร่วมกันฟื้นฟูตลาดลาดชะโดให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยคลองสายนี้เป็นคลองสาขาย่อยของแม่น้ำน้อย ที่เป็นสาขาของแม่น้ำเจ้าพระยาอีกที (ทำให้ค้นหาในแผนที่กูเกิลไม่เจอ) ซึ่งจริง ๆ แล้วชื่อของคลองสายนี้คือ บางคี่ แต่เพื่อป้องกันความสับสนและสสร้างเอกลักษณ์ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นคลองลาดชะโดนั่นเองค่ะ สำหรับประเพณีการแห่เทียนพรรษาทางน้ำ สาเหตุที่ทำให้กลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วคงเป็นเพราะนี่เป็นประเพณีที่จัดขึ้นแห่งเดียวในประเทศไทย (ในโลกเลยก็ว่าได้) เมื่อประเพณีได้แพร่กระจายและเป็นรู้จักในวงกว้าง จึงส่งผลให้มีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาชมงานประเพณีนี้เพิ่มขึ้นทุกปี อีกทั้ง ยังได้มีการจัดงบประมาณซ่อมแซมสะพานสมประสงค์ที่เป็นสะพานไม้เก่าแก่คู่กับสายน้ำแห่งนี้ให้มีความแข็งแรงมากขึ้น เพื่อต้องการให้สะพานสามารถรองรับน้ำหนักของนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้อย่างปลอดภัย ที่สำคัญภายในงานยังได้มีการจัดการประจำเรือเทียนพรรษา โดยได้แบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทเรือสวยงาม, เรือวรรณคดี และเรือวิถีชีวิต แต่ละประเภทมีเรือจากชาวบ้านที่ส่งเข้าประกวดจำนวนมาก เรือแต่ละลำก็ชูเอกลักษณ์ความเป็นตัวเองผ่านสีสันการประดับประดาที่สวยงาม นอกจากนี้ก็ยังมีการประกวดบ้านเรือนริมคลองลาดชะโด […]

ประเพณีล่องเจ้า (ล่องจุ๊) เกี่ยวข้องกับวันสงกรานต์อย่างไร ?

พิธีล่องเจ้า (ล่องจุ๊) คืออะไร ? พิธีล่องเจ้า (ล่องจุ๊) พิธีกรรมที่ชาวมอญจะเรียกกันว่า ‘เล๊ะจุ๊สะเป็นปล่าย’ เป็นพิธีกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งของวันสงกรานต์จะจัดเฉพาะกลุ่มคนไทยเชื้อสายรามัญ หรือมอญ ในตำบลบางกระเจ้า จังหวัดสมุทรสาครเท่านั้น โดยประเพณีนี้เป็นประเพณีที่ชาวบ้านระแวกนั้นสืบต่อกันมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีหลังวันสงกรานต์ผ่านพ้นไป หรือ ช่วงขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งในทุก ๆ หมู่บ้านของตำบลบางกระเจ้าจะมีศาลประจำหมู่บ้านเป็นของตัวเอง โดยศาลต่าง ๆ จะเป็นที่พึ่งทางใจของชาวมอญ นอกจากนี้คนในพื้นที่ยังมีความเชื่อกันอีกว่าเจ้าพ่อที่ประทับอยู่ในศาลประจำหมู่บ้าน จะเป็นผู้นำสิ่งที่เป็นมงคลมาสู่ชีวิต ทำให้ครอบครัวและทุกคนในหมู่บ้านมีความสุข เครื่องเซ่นไหว้ในพิธีล่องเจ้า (ล่องจุ๊) ในทุก ๆ พิธีกรรมมักจะมีของไหว้ หรือเครื่องเซ่นไหว้ที่บ่งบอกถึงพิธีกรรมอยู่เสมอ เช่นเดียวกันพิธีล่องเจ้า (ล่องจุ๊) ก็มีของเซ่นไหว้ในพิธีกรรมเช่นกันค่ะ ขนมต้มแดง และขนมต้มขาว อย่าง 1 ถ้วย มะพร้าวอ่อน 1 ผล กล้วย 1 หวี ข้าวสวย 1 ถ้วย ไข่ต้ม 1 […]

ประเพณีตายายย่าน ประเพณีส่วนชุมชนของจังหวัดสงขลา

ประเพณีตายายย่าน สำคัญอย่างไรกับชาวสงขลา ? ประเพณีตายายย่าน เป็นประเพณีส่วนชุมชนที่สืบต่อกันมายาวนานกว่าหลายร้อยปี โดยชาวบ้านส่วนใหญ่จะเรียกประเพณีนี้ว่า ประเพณีทำบุญเดือนหก หรือประเพณีสมโภชเจ้าแม่อยู่หัววัดท่าคุระ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันพุธ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๖ (หากปีใดแรม ๑ ค่ำไม่ตรงกับวันพุธจะต้องเลื่อนออกไป) ณ ดท่าคุระ หมู่ที่ ๙ บ้านท่าคุระ ตำบลคลองรี อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ภายในพิธีจะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปเจ้าแม่อยู่หัว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวท่าคุระ ออกมาจากภายในห้องมณฑป เพื่อให้ชาวบ้านที่เคารพศรัทธาได้มีโอกาสสรงน้ำและกราบไหว้ โดยโอกาสสำคัญ ๆ เช่นนี้จะจัดขึ้นแค่ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น จึงทำให้ลูกหลานของชาวบ้านท่าคุระ ตลอดจนคนที่ไปอาศัยอยู่ที่อื่นจะต้องกลับมาสักการะด้วยกันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งพุทธรูปเจ้าแม่อยู่หัว เป็นพระพุทธรูปทองคำ ปางสมาธิ มีขนาดหน้าตักเล็กเพียง 2 เซนติเมตร และความสูงประมาณ 2.5 เซนติเมตร มีการสันนิษฐานว่าเป็นพระราชินีในสมัยสุโขทัยตอนปลาย ซึ่งในตำนานได้มีการเล่าขานกันมาต่าง ๆ นานา แต่ตำนานที่หลาย ๆ คนพูดถึง คือตำนานเกี่ยวกับบุตรชายของเจ้าแม่อยู่หัวที่ได้ลงไปเล่นในท่าน้ำ แล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เจ้าแม่อยู่หัวจึงทรงรับสั่งให้ทหารออกค้นหาบุตรชาย […]

ประวัติความเป็นมา ‘ประเพณีแห่พ่อคุณโขน’ ของจังหวัดสมุทรสาคร

ประเพณีแห่พ่อคุณโขนมีความสำคัญอย่างไรกับชาวสมุทรสาคร ประเพณีแห่พ่อคุณโขน เป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวตำบลบ้านบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งแน่นอนเลยว่าประเพณีแห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพราะความบังเอิญแต่อย่างใด แต่ประเพณีแห่พ่อคุณโขนเป็นประเพณีเก่าแก่ที่สร้างปาฏิหาริย์ต่าง ๆ จนทำให้ชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก โดยคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านก็มีตำนานเล่าขานกันมาว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นที่บริเวณคลองสุนัข ตั้งแต่ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ซึ่งในคราวนั้นได้มีคณะโขนคณะหนึ่งเดินทางผ่านแม่น้ำสายนี้แต่ทันทีที่มาถึงบริเวณชุมชนบางบ่อ เรือก็เกิดอับปางทำให้ผู้ที่เดินทางมาเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แต่ที่น่าแปลกใจคือศพของนักแสดงโขนสองพี่น้องกลับลอยขึ้นมาเหนือน้ำ โดยศพของผู้พี่ได้กอดหัวโขน (ทศกัณฑ์) อยู่ด้วย เมื่อชาวบ้านเห็นดังนั้นก็ได้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาและเห็นถึงความรักต่ออาชีพที่ทำ ชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างศาลขึ้นตรงบริเวณที่พบศพผู้พี่เป็นระแวกบ้านบน เรียกกันว่า ‘ศาลพ่อคุณโขน’ ส่วนบริเวณที่พบศพผู้เป็นน้องจะอยู่ที่ บ้านล่าง และมีศาลที่ชื่อว่า ‘ศาลพ่อคุณน้อย’ นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าอีกว่าที่บริเวณแห่งนี้จะมีจระเข้ศักดิ์สิทธิ์ที่คอยช่วยเหลือชาวบ้าน หรือหากเรือลำไหนที่แล่นผ่านแล้วไม่จอดสักการะเรือลำนั้นก็มักจะอับปางไปทำให้ไม่สามารถแล่นต่อไปได้ นอกจากนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านรวมไปถึงบริเวณใกล้เคียงยังมักมาขอให้กิจการค้าขายเจริญรุ่งเรือง ขอให้ฝนไม่ต้องในช่วงทำนาเกลือ และขอในเรื่องมงคลต่าง ๆ ซึ่งเมื่อสิ่งที่ขอสมดังปรารถนาชาวบ้านก็มักจะมากราบไหว้และแก้บนด้วยละครรำในงานประจำปี ซึ่งในงานประจำปี ‘ประเพณีแห่พ่อคุณโขน’ จะจัดในช่วงขึ้น 12 – 14 ค่ำ เดือน 6 ณ ศาลพ่อขุนโขน โดยในแต่ละคืนก็จะมีพิธีกรรมต่าง ๆ ที่แตกต่างกันออกไป อาทิ การอัญเชิญพ่อคุณโขนลงมาจากศาลแล้วแห่ไปรอบหมู่บ้าน, การปิดทองและแก้บน, พิธีเวียนเทียน ฯลฯ […]

ประเพณียี่เป็ง วันลอยกระทงตามแบบฉบับล้านนา

พามารู้จัก ‘ประเพณียี่เป็ง’  ประเทศไทยถือว่าเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยประเพณีต่าง ๆ มากมาย ซึ่งแต่ละภาคก็จะชูความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นมา ผ่านประเพณีสำคัญนั้น ๆ อย่างดินแดนล้านนาทางภาคเหนือ ก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่เต็มไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรมมากมาย และทุกคนก็น่าจะรู้จักประเพณีขอขมาแม่คงคาอย่าง ‘วันลอยกระทง’ กันดีอยู่แล้ว แต่หากคุณได้ลองไปที่ศูนย์รวมล้านนาอย่างจังหวัดเชียงใหม่ คุณก็จะได้พบกับวันลอยกระทงที่พิเศษกว่าที่อื่น ๆ ซึ่งประเพณีที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ คือประเพณียี่เป็งนั่นเองค่ะ ซึ่งคำว่ายี่เป็ง เป็นภาษาล้านนาที่สามารถแยกออกได้เป็น 2 คำ คือ ยี่ มีความหมายว่าเดือนสอง หรือเดือนยี่ตามที่คนล้านนาใช้เรียกเดือนพฤศจิกายน และคำว่าเป็ง จะหมายถึงพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ โดยจะจัดงานทั้งสิ้น 3 วัน ดังนี้ วันขึ้น 13 ค่ำ หรือ วันดา ที่จะเป็นวันจัดเตรียมข้าวของสำหรับใช้ในวันทำบุญ วันขึ้น 14 ค่ำ ชาวบ้านจะพากันไปทำบุญ ถือศีล ฟังธรรมกันที่วัด และมีการทำกระทงใหญ่ร่วมกันไว้ที่ลานวัด จากนั้นชาวบ้านก็จะนำของกินต่าง ๆ ที่เตรียมเอาไว้ มาใส่ในกระทง เพื่อเป็นการทำทานให้แก่คนยากจน วันขึ้น 15 ค่ำ ชาวบ้านก็จะนำกระทงใหญ่ รวมไปถึงกระทงเล็ก […]

รับขวัญข้าว พิธีสำคัญตามความเชื่อของคนไทย

ความสำคัญของพิธีรับขวัญข้าว ประเทศไทยดินแดนมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย หลายศาสนา ที่สำคัญยังคงมีพิธีกรรมดั้งเดิมต่าง ๆ ที่ยังคงสืบทอดมาจนปัจจุบัน อย่าง ‘พิธีรับขวัญข้าว’ ก็เป็นอีกหนึ่งพิธีตามความเชื่อของชาวนา ที่แม้ในสมัยนี้อาจจะหาชมได้ยากในสังคมคนเมือง แต่ตามชนบทแล้วพิธีนี้ยังคงเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมาจวบจนทุกวันนี้ ประเพณีรับขวัญข้าวหรือพิธีรับขวัญข้าว ถือว่าเป็นพิธีกรรมที่ทำกันในเกือบทุกพื้นที่ในประเทศไทยที่มีการทำนา แต่อาจจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละท้องถิ่น เช่น ประเพณีทำขวัญข้าว ประเพณีทำขวัญแม่โพสพ ประเพณีรับขวัญแม่โพสพ ฯลฯ แต่ถึงจะมีชื่อเรียกที่ต่างกัน แต่การประกอบพิธีนั้นก็จะมีความคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก อาจจะมีรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างบททำขวัญ เครื่องเซ่นไหว้ หรือรูปแบบพิธีการที่แตกต่างกันไปสักเล็กน้อย โดยประเพณีรับขวัญข้าวนั้น เป็นประเพณที่ชาวนาเป็นผู้คิดขึ้น ซึ่งชาวนาส่วนใหญ่มีความคิดที่ว่า แม่โพสพผู้เป็นเทพธิดาประจำต้นข้าวและเป็นผู้คุ้มครองดูแลต้นข้าวให้เจริญงอกงาม จนได้ผลผลิตที่สมบูรณ์ จึงทำให้ชาวนาให้ความเคารพนับถือ และกราบไหว้แม่โพสพมาตั้งแต่โบราณกาล นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า แม่โพสพเป็นผู้ที่ตกใจ และเสียขวัญได้ง่าย จึงได้จัดพิธีรับขวัญแม่โพสพในทุก ๆ ครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับต้นข้าว ทั้งในช่วงตั้งท้อง หรือในช่วงที่อยู้ในฤดูเก็บเกี่ยวและนำข้าวไปเก็บไว้ในยุ้ง เป็นต้น ซึ่งประเพณีรับขวัญข้าวในช่วงข้าวตั้งท้องนั้น มักจะทำกันในช่วงออกพรรษา หรือประมาณเดือนตุลาคม ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี และนิยมทำพิธีกันในวันศุกร์ เพราะชาวนาเชื่อว่า เมื่อทำให้แม่โพสพพึงพอใจแล้วจะส่งผลให้ข้าวที่ทำนั้นเกิดความอุดมสมบูรณ์ ไม่มีแมลง หรือศัตรูข้าวเข้ามารบกวน แต่อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่มีพิธีกรรมนี้เกิดขึ้น ก็เปรียบเสมือนการสร้างขวัญกำลังใจในการทำนาให้กับชาวนานั่นเองค่ะ สิ่งของสำคัญในพิธีรับขวัญข้าว สำหรับสิ่งของที่ไว้ใช้ประกอบพิธีนั้น […]

ประเพณีของภาคกลางที่โดดเด่น มีอะไรน่าสนใจบ้าง ?

รวมประเพณีสุดยิ่งใหญ่ของภาคกลาง ภาคกลางหลายคนอาจจะมองว่าเป็นเพียงศูนย์กลางของการทำมาค้าขายเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว ภาคกลางก็เป็นอีกหนึ่งภาคในประเทศไทย ที่เต็มไปด้วยประเพณีและวัฒนธรรมที่โดดเด่นไม่แพ้ภาคอื่น ๆ ที่สำคัญประเพณีของคนในภาคกลาง ก็ยังเต็มไปด้วยความเชื่อ เรื่องเล่า และความศรัทธาของคนมาตั้งแต่ในอดีตจวบจนปัจจุบัน วันนี้เราจึงพาทุกคนมาทำความรู้จักกับประเพณีขึ้นชื่อของภาคกลาง จะมีประเพณีไหนโดดเด่น และน่าสนใจบ้างไปดูพร้อมกันเลยค่ะ ประเพณีรับบัว ถือเป็นประเพณีเก่าแก่อย่างหนึ่งของชาวบ้านอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พบหลักฐานตั้งแต่ในปี พ.ศ.2467 ว่าเดิมทีเคยจัดขึ้นในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งในสมัยก่อนที่แห่งนี้เป็นที่อาศัยของคน 3 กลุ่ม คือ คนไทย ลาว และรามัญ (ชาวมอญพระประแดง) ที่มีความสัมพันธ์อันดีฉันท์พี่น้อง ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ จัดขึ้นในช่วงแรม 15 ค่ำเดือน 10 จุดเริ่มต้นของประเพณีมีมาเมื่อประมาณ 400 ที่แล้ว โดยมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งประกอบอาชีพหาปลาขาย และได้ไปหาปลาที่แม่น้ำป่าสักทุกปี แต่แล้ววันหนึ่งบริเวณดังกล่าวกลับหาปลาไม่ได้เลยสักตัว จากนั้นจึงเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นบริเวณวังมะขามแฟบ น้ำที่ไหลเชี่ยวมากกลับหยุดนิ่ง และมีพลายน้ำโผล่ขึ้นมาพร้อมพระพุทธรูป ชาวบ้านจึงได้มีการอัญเชิญพระพุทธรูปไปประดิษฐานที่วัดไตรภูมิ เมื่อถึงวันสารทไทยพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวกลับหายไป ชาวบ้านจึงออกตามหาและพบพระพุทธรูปอยู่ในจุดเดิม (วังมะขามแฟบ) จากนั้นเป็นต้นมา ทุกวันแรม […]

วัฒนธรรมไทย กับการพนัน มีมานานขนาดไหนแล้ว?

วัฒนธรรมไทย กับการพนัน มีมานานขนาดไหนแล้ว? จดหมายเหตุลาลูแบร์ บันทึกของ ซีมง เดอ ลา ลูแบร์ ชาวฝรั่งเศส ราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่เดินทางเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีคำกล่าวตอนหนึ่งใจความว่า “ชาวสยามรักการเล่นการพนันมาก จนฉิบหายขายตน หรือไม่ก็ขายบุตรธิดาของตนไปเป็นทาส การพนันที่ชอบเล่นมากที่สุดคือ สกา (การพนันที่ใช้ลูกเต๋าทอย) ซึ่งดูเหมือนจะได้เรียนการเล่นมาจากชาวโปรตุเกส ชาวสยามไม่เล่นไพ่เลย เขาเล่นหมากรุกตามแบบของเราและแบบของจีน นอกจากนี้ชาวสยามยังนิยมเล่นพนันแทบทุกประเภท ทั้งแข่งเรือ, วิ่งวัว-ควาย รวมไปถึงไก่ชน” จากหลักฐานดังกล่าวนี้เองทำให้ทราบว่า การพนัน อยู่คู่กับสังคมไทยมานานหลายร้อยปีแล้ว และคนไทยก็ชอบเป็นอย่างมาก จากบันทึกของลา ลูแบร์สะท้อนให้เห็นอีกว่าคนไทยเป็นนักพนันโดยสายเลือด มีนิสัยเป็นนักพนันดังนั้นการจะทำให้การพนันเสื่อมความนิยมย่อมเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ สังคมไทยมองว่าคนเล่นการพนันไม่ใช่คนเลวถ้าเล่นเพื่อความสนุกสนาน สร้างความสัมพันธ์ในชุมชน หรือเล่นเพื่อเสี่ยงโชค แต่ที่เป็นปัญหาสังคมก็คือกลุ่ม “นักพนัน” ซึ่งคนกลุ่มนี้จะหมกมุ่นใช้เวลาส่วนใหญ่เพื่อการเล่นพนัน แสวงหาที่จะเล่นพนันตลอดเวลาในทุกรูปแบบ และอย่างที่ทราบดีว่าการพนันไม่เคยทำให้ใครร่ำรวย หากครอบครัวใดมีคนติดพนัน ครอบครัวนั้นไม่มีวันสงบสุขได้ ผลกระทบเริ่มจากไม่มีเงินเก็บออม จนถึงขั้นขายบ้านขายรถเพื่อนำมาเล่นและใช้หนี้พนัน ในบันทึกของ ลา ลูแบร์ ยังบอกถึงสมัยอยุธยาที่ถึงขั้นขายลูกเมียเพื่อใช้หนี้ก็มีให้เห็น และในปัจจุบันการพนันยังเป็นต้นตอการก่ออาชญากรรมมากมายทั้ง ลัก วิ่ง ชิง […]