ประเพณียี่เป็ง วันลอยกระทงตามแบบฉบับล้านนา

พามารู้จัก ‘ประเพณียี่เป็ง’  ประเทศไทยถือว่าเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยประเพณีต่าง ๆ มากมาย ซึ่งแต่ละภาคก็จะชูความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นมา ผ่านประเพณีสำคัญนั้น ๆ อย่างดินแดนล้านนาทางภาคเหนือ ก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่เต็มไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรมมากมาย และทุกคนก็น่าจะรู้จักประเพณีขอขมาแม่คงคาอย่าง ‘วันลอยกระทง’ กันดีอยู่แล้ว แต่หากคุณได้ลองไปที่ศูนย์รวมล้านนาอย่างจังหวัดเชียงใหม่ คุณก็จะได้พบกับวันลอยกระทงที่พิเศษกว่าที่อื่น ๆ ซึ่งประเพณีที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ คือประเพณียี่เป็งนั่นเองค่ะ ซึ่งคำว่ายี่เป็ง เป็นภาษาล้านนาที่สามารถแยกออกได้เป็น 2 คำ คือ ยี่ มีความหมายว่าเดือนสอง หรือเดือนยี่ตามที่คนล้านนาใช้เรียกเดือนพฤศจิกายน และคำว่าเป็ง จะหมายถึงพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ โดยจะจัดงานทั้งสิ้น 3 วัน ดังนี้ วันขึ้น 13 ค่ำ หรือ วันดา ที่จะเป็นวันจัดเตรียมข้าวของสำหรับใช้ในวันทำบุญ วันขึ้น 14 ค่ำ ชาวบ้านจะพากันไปทำบุญ ถือศีล ฟังธรรมกันที่วัด และมีการทำกระทงใหญ่ร่วมกันไว้ที่ลานวัด จากนั้นชาวบ้านก็จะนำของกินต่าง ๆ ที่เตรียมเอาไว้ มาใส่ในกระทง เพื่อเป็นการทำทานให้แก่คนยากจน วันขึ้น 15 ค่ำ ชาวบ้านก็จะนำกระทงใหญ่ รวมไปถึงกระทงเล็ก […]

รับขวัญข้าว พิธีสำคัญตามความเชื่อของคนไทย

ความสำคัญของพิธีรับขวัญข้าว ประเทศไทยดินแดนมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย หลายศาสนา ที่สำคัญยังคงมีพิธีกรรมดั้งเดิมต่าง ๆ ที่ยังคงสืบทอดมาจนปัจจุบัน อย่าง ‘พิธีรับขวัญข้าว’ ก็เป็นอีกหนึ่งพิธีตามความเชื่อของชาวนา ที่แม้ในสมัยนี้อาจจะหาชมได้ยากในสังคมคนเมือง แต่ตามชนบทแล้วพิธีนี้ยังคงเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมาจวบจนทุกวันนี้ ประเพณีรับขวัญข้าวหรือพิธีรับขวัญข้าว ถือว่าเป็นพิธีกรรมที่ทำกันในเกือบทุกพื้นที่ในประเทศไทยที่มีการทำนา แต่อาจจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละท้องถิ่น เช่น ประเพณีทำขวัญข้าว ประเพณีทำขวัญแม่โพสพ ประเพณีรับขวัญแม่โพสพ ฯลฯ แต่ถึงจะมีชื่อเรียกที่ต่างกัน แต่การประกอบพิธีนั้นก็จะมีความคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก อาจจะมีรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างบททำขวัญ เครื่องเซ่นไหว้ หรือรูปแบบพิธีการที่แตกต่างกันไปสักเล็กน้อย โดยประเพณีรับขวัญข้าวนั้น เป็นประเพณที่ชาวนาเป็นผู้คิดขึ้น ซึ่งชาวนาส่วนใหญ่มีความคิดที่ว่า แม่โพสพผู้เป็นเทพธิดาประจำต้นข้าวและเป็นผู้คุ้มครองดูแลต้นข้าวให้เจริญงอกงาม จนได้ผลผลิตที่สมบูรณ์ จึงทำให้ชาวนาให้ความเคารพนับถือ และกราบไหว้แม่โพสพมาตั้งแต่โบราณกาล นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า แม่โพสพเป็นผู้ที่ตกใจ และเสียขวัญได้ง่าย จึงได้จัดพิธีรับขวัญแม่โพสพในทุก ๆ ครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับต้นข้าว ทั้งในช่วงตั้งท้อง หรือในช่วงที่อยู้ในฤดูเก็บเกี่ยวและนำข้าวไปเก็บไว้ในยุ้ง เป็นต้น ซึ่งประเพณีรับขวัญข้าวในช่วงข้าวตั้งท้องนั้น มักจะทำกันในช่วงออกพรรษา หรือประมาณเดือนตุลาคม ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี และนิยมทำพิธีกันในวันศุกร์ เพราะชาวนาเชื่อว่า เมื่อทำให้แม่โพสพพึงพอใจแล้วจะส่งผลให้ข้าวที่ทำนั้นเกิดความอุดมสมบูรณ์ ไม่มีแมลง หรือศัตรูข้าวเข้ามารบกวน แต่อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่มีพิธีกรรมนี้เกิดขึ้น ก็เปรียบเสมือนการสร้างขวัญกำลังใจในการทำนาให้กับชาวนานั่นเองค่ะ สิ่งของสำคัญในพิธีรับขวัญข้าว สำหรับสิ่งของที่ไว้ใช้ประกอบพิธีนั้น […]

ประเพณีของภาคกลางที่โดดเด่น มีอะไรน่าสนใจบ้าง ?

รวมประเพณีสุดยิ่งใหญ่ของภาคกลาง ภาคกลางหลายคนอาจจะมองว่าเป็นเพียงศูนย์กลางของการทำมาค้าขายเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว ภาคกลางก็เป็นอีกหนึ่งภาคในประเทศไทย ที่เต็มไปด้วยประเพณีและวัฒนธรรมที่โดดเด่นไม่แพ้ภาคอื่น ๆ ที่สำคัญประเพณีของคนในภาคกลาง ก็ยังเต็มไปด้วยความเชื่อ เรื่องเล่า และความศรัทธาของคนมาตั้งแต่ในอดีตจวบจนปัจจุบัน วันนี้เราจึงพาทุกคนมาทำความรู้จักกับประเพณีขึ้นชื่อของภาคกลาง จะมีประเพณีไหนโดดเด่น และน่าสนใจบ้างไปดูพร้อมกันเลยค่ะ ประเพณีรับบัว ถือเป็นประเพณีเก่าแก่อย่างหนึ่งของชาวบ้านอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พบหลักฐานตั้งแต่ในปี พ.ศ.2467 ว่าเดิมทีเคยจัดขึ้นในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งในสมัยก่อนที่แห่งนี้เป็นที่อาศัยของคน 3 กลุ่ม คือ คนไทย ลาว และรามัญ (ชาวมอญพระประแดง) ที่มีความสัมพันธ์อันดีฉันท์พี่น้อง ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ จัดขึ้นในช่วงแรม 15 ค่ำเดือน 10 จุดเริ่มต้นของประเพณีมีมาเมื่อประมาณ 400 ที่แล้ว โดยมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งประกอบอาชีพหาปลาขาย และได้ไปหาปลาที่แม่น้ำป่าสักทุกปี แต่แล้ววันหนึ่งบริเวณดังกล่าวกลับหาปลาไม่ได้เลยสักตัว จากนั้นจึงเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นบริเวณวังมะขามแฟบ น้ำที่ไหลเชี่ยวมากกลับหยุดนิ่ง และมีพลายน้ำโผล่ขึ้นมาพร้อมพระพุทธรูป ชาวบ้านจึงได้มีการอัญเชิญพระพุทธรูปไปประดิษฐานที่วัดไตรภูมิ เมื่อถึงวันสารทไทยพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวกลับหายไป ชาวบ้านจึงออกตามหาและพบพระพุทธรูปอยู่ในจุดเดิม (วังมะขามแฟบ) จากนั้นเป็นต้นมา ทุกวันแรม […]

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อถูกเชิญไปงานแต่งงาน มีอะไรบ้าง ?

ข้อควรปฏิบัติเมื่อไปร่วมงานแต่งงาน งานแต่งหรืองานมงคลสมรส คือการที่เราได้เข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่ง และร่วมอำนวยอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีชีวิตรักที่ราบรื่น ไร้ซึ่งอุปสรรค และแน่นอนเลยว่างานนี้เป็นงานมงคลที่จัดเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิต คู่บ่าวสาวก็คงอยากจะให้งานออกมาเพอร์เฟ็คที่สุด ฉะนั้นแล้วในฐานะที่เราได้รับเกียรติจากเจ้าของงานให้ได้เข้าไปร่วมในงานล่ะก็ สิ่งหนึ่งที่พึงระวังคือ ‘มารยาท’ ในการไปร่วมงาน วันนี้เราจึงได้รวบรวมสิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อถูกเชิญไปงานแต่งมาฝากทุกคนกัน เผื่อวันหนึ่งคุณจะมีโอกาสได้ไปร่วมค่ะ การเลือกสวมเสื้อผ้า ควรเช็คกับคนไปร่วมงานคนอื่น ๆ หรือสอบถามบ่าวสาวว่างานครั้งนี้มีธีมหรือสีกำหนดหรือไม่ แต่หากคุณไม่มีชุดสีนั้นก็อาจจะเลือกโทนสีให้ไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใส่สีที่โดดเก่นจนกินซีนเจ้าสาว และข้อห้ามสำคัญคือห้ามใส่สีดำเป็นอันขาดนะคะ ไม่ถือวิสาสะเชิญแขกคนอื่นเอง ก่อนอื่นคุณห้ามลืมเด็ดขาดว่างานแต่งงานเป็นของคนอื่น ฉะนั้น คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะชวนคนอื่นที่เจ้าภาพไม่ได้เชิญมาร่วมงานได้ เพราะหากคุณชวนมาเกินจำนวนที่บ่าวสาวตระเตรียมไว้ก็อาจจะส่งผลต่อแขกคนอื่น ๆ ได้ แต่หากบ่าวสาวเป็นคนเอ่ยปากขอให้คุณเป็นคนช่วยเชิญ ข้อนี้สามารถทำได้ค่ะไม่ติด ดูแลบุตรหลานที่ไปร่วมงาน บางคนอาจจะมีลูกเล็กที่อยู่ในวัยงอแงหรือวัยกำลังซน ฉะนั้น ควรเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ให้ดีว่าเหมาะจะพาไปด้วยหรือไม่ เพราะหากน้องเกิดงอแงหรือวิ่งวุ่นในงานขึ้นมา อาจทำให้งานนี้ดูกร่อยไปเลยก็ได้ เลือกโต๊ะในตำแหน่งที่พอเหมาะ หากคุณเพื่อนซี้กับเจ้าภาพ คุณอาจจะมีโต๊ะส่วนตัวรองรับไว้อยู่แล้ว แต่หากคุณไปงานในฐานะคนรู้จัก ก็ควรเลือกนั่งในตำแหน่งกลาง ๆ ไปจนถึงท้าย ๆ ข้อสำคัญห้ามเลือกนั่งชุดโต๊ะหน้าสุดเด็ดขาด เพราะนั่นถือเป็นที่สำหรับแขก VIP นะคะ อย่าไปงานสายจนเกินไป คุณควรไปถึงงานอย่างน้อย ๆ 30 นาทีก่อนที่งานจะเริ่ม เพราะนอกจากจะได้โต๊ะในตำแหน่งที่ต้องการแล้ว คุณยังจะได้ดูบรรยากาศภายในงานแบบเพลิน ๆ […]

วัฒนธรรมไทย กับการพนัน มีมานานขนาดไหนแล้ว?

วัฒนธรรมไทย กับการพนัน มีมานานขนาดไหนแล้ว? จดหมายเหตุลาลูแบร์ บันทึกของ ซีมง เดอ ลา ลูแบร์ ชาวฝรั่งเศส ราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่เดินทางเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีคำกล่าวตอนหนึ่งใจความว่า “ชาวสยามรักการเล่นการพนันมาก จนฉิบหายขายตน หรือไม่ก็ขายบุตรธิดาของตนไปเป็นทาส การพนันที่ชอบเล่นมากที่สุดคือ สกา (การพนันที่ใช้ลูกเต๋าทอย) ซึ่งดูเหมือนจะได้เรียนการเล่นมาจากชาวโปรตุเกส ชาวสยามไม่เล่นไพ่เลย เขาเล่นหมากรุกตามแบบของเราและแบบของจีน นอกจากนี้ชาวสยามยังนิยมเล่นพนันแทบทุกประเภท ทั้งแข่งเรือ, วิ่งวัว-ควาย รวมไปถึงไก่ชน” จากหลักฐานดังกล่าวนี้เองทำให้ทราบว่า การพนัน อยู่คู่กับสังคมไทยมานานหลายร้อยปีแล้ว และคนไทยก็ชอบเป็นอย่างมาก จากบันทึกของลา ลูแบร์สะท้อนให้เห็นอีกว่าคนไทยเป็นนักพนันโดยสายเลือด มีนิสัยเป็นนักพนันดังนั้นการจะทำให้การพนันเสื่อมความนิยมย่อมเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ สังคมไทยมองว่าคนเล่นการพนันไม่ใช่คนเลวถ้าเล่นเพื่อความสนุกสนาน สร้างความสัมพันธ์ในชุมชน หรือเล่นเพื่อเสี่ยงโชค แต่ที่เป็นปัญหาสังคมก็คือกลุ่ม “นักพนัน” ซึ่งคนกลุ่มนี้จะหมกมุ่นใช้เวลาส่วนใหญ่เพื่อการเล่นพนัน แสวงหาที่จะเล่นพนันตลอดเวลาในทุกรูปแบบ และอย่างที่ทราบดีว่าการพนันไม่เคยทำให้ใครร่ำรวย หากครอบครัวใดมีคนติดพนัน ครอบครัวนั้นไม่มีวันสงบสุขได้ ผลกระทบเริ่มจากไม่มีเงินเก็บออม จนถึงขั้นขายบ้านขายรถเพื่อนำมาเล่นและใช้หนี้พนัน ในบันทึกของ ลา ลูแบร์ ยังบอกถึงสมัยอยุธยาที่ถึงขั้นขายลูกเมียเพื่อใช้หนี้ก็มีให้เห็น และในปัจจุบันการพนันยังเป็นต้นตอการก่ออาชญากรรมมากมายทั้ง ลัก วิ่ง ชิง […]